วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

30 ยังแจ๋ว




เช้านี้ตื่นแต่เช้า ขับไปถึงนวมินทร์ 74 เพื่อไปรับตัวเจ้าหนูน้อย Technics SB F1 จิ๋วแต่เจ๋ง ตู้อลูมิเนียมหล่อ (cast aluminum) จากยุค 70 ตอนปลายอย่างไม่กลัวพวกเสื้อแดงที่ก่อความวุ่นวายในวันที่ป้อมค่ายของพวกมันแตกพ่ายลง ควันไฟ และเสียงระเบิดก็ไม่สามารถหยุดยั้งความเสี้ยนของเราได้

สภาพที่ได้มาตอนแรกมอมๆแมมๆ เหมือนรถไม่ได้ล้าง (ก็สีมันเป็นสีรถยนต์นี่นา) แต่สิ่งที่แปลกใจประการแรกก็คือบ้านของเจ้าของเก่าของมัน บอกตามตรงโทรมๆเน่าๆเหมือนห้องคนงานก่อสร้างแบบเหม็มๆโทรม ปูเสื่อน้ำมัน ฟังเพลงสตริง แต่เอ๊ะ พี่แกช้ลำโพง Epos พอเปิดผ้าคลุมสกปรกๆออกเจอ CD Rega Planet+ Integrated Naim!!!!! โอ้ว มุมห้องมีลำโพง B&O บอกตามตรงพี่คนนี้แกค้ายาบ้าในชุมชนรึเปล่าวะ ไหงเล่นของแพงขนาดนี้ (แต่บ้านมีเก้าอี้ตัวเดียวนั่งเบียดกัน 3 คนพ่อแม่ลูก)

ไม่สนใจเรื่องภูมิจ่ายตังค์ไป 2,400 บาท เอากลับบ้านทันที

เริ่มแรกก็ต้องฟื้นฟูสภาพผิวกันหน่อย ด้วยน้ำยาจาก Meguiars สูตรเดียวกับรถยนต์ เพราะตัวถังมันเป็นโลหะคร้าบบบ เสร็จแล้วก็แวววับ แต่ก็ยังมีถลอกๆนิดๆหน่อย ทำไงได้ 30 ปีแล้วนี่

ลองต่อเข้ากับ VTL หลอด! บ่ะ แจ่มเลยใสปิ้ง!!!มิติเยี่ยม ฟังสลับกับรายงานการสลายการชุมนุมไป บอกตามตรงนี่เป็นวันที่มีความสุขมากคร้าบบบบ

อ่านรายละเอียดเพิ่มได้จากในภาพนะครับ

วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ปลุกขึ้นมาจากหลุม!


ไม่ได้กะจะปลุกผี! แต่มันเป็นแอมพ์คู่เก่าของข้าพเจ้าเอง มันคือหนึ่งในสุดยอดแอมพ์ไทยในอดีต TAS Persona Monoblock Class A เจ้าลูกเต๋าไฟแรง (มันร้อนเอามาก) ที่ตอนไปขุดเอามันออกมาจากชุด Home Theater ของบ้านบิดามารดาของข้าพเจ้านั้น มันอยู่ในสภาพที่เหวอมาก กล่าวคือ มันจมอยู่ในกองขี้ฝุ่นที่ไม่มีคนเหลียวแลมานับ 10 ปี (ตั้งแต่ปี 1999 ไม่มีการเคลื่อนที่แม้แต่น้อย)

สยองมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มีขนหมาติดด้วย อี๋สุดๆ

แต่หลังจากการเปิดกระดองออกมาปัดกวาดเช็ดถู บ่ะ! มันยังเจ๋งอยู่นี่ เอามันมาต่อกับ Tas Angela Pre พี่น้องร่วมอุทรที่ไม่ได้เจอกันมาเป็น 10 ปี เสียงที่ได้ ซี้ดดดดดดดดดดดดดดมากขอรับ ไม่แพ้แอมพ์หลอด VTL เลยจริงๆ กำลัง 75 W Class A ยังคงทรงพลังและหวานหยดในเวลาเดียวกันได้เหมือนเดิม

สรุปว่า น่าฟังกว่า AVI ที่เค้าว่ากันว่า Acurate นักหนา เยอะ! สงสัยว่า เราจะชอบฟังเสียงที่มันไม่เที่ยงตรงเอาซะกระมัง 555


(พอถ่ายแบบตบแฟลชเข้าไปเห็นเลยแฮะว่า Heatsink เช็ดไม่หมด ฝุ่นบานเลยแฮะ 555)

บทสนทนากับ Ashley James, CEO ของ AVI UK


ปัญหามันเกิดจากแอมพ์ AVI S2000MA ที่ชื้อมาล่าสุดจาก eBay มันเสียงไร้ซึ่งจิตวิญญาน แห้งแล้วเอามากๆแม้ว่าจะมิติแม่นยำก็ตาม ก็เลยลองเขียน Mail ไปที่อังกฤษ ซึ่ีงเค้าก็ตอบกลับมาด้วย มันเป็นคำตอบที่น่าคิด ขอถามว่า "ความถูกต้อง" กับความ "น่าฟัง" คุณจะเลือกอะไร?

> Dear Ashley

> I have a problem I wish to have your suggestion on the performance of
> your company legacy product, the S2000MA power amplifier.
>
> I bought it from eBay and found that even it has years of service, the
> overall quality of product is still surprisingly solid.
>
> However, I found something I really curious, it is about its sonic
> character.
>
> I’m now using it to drive a pair of Reference 3A Veena speaker, and
> found that the amp has a good ability to show solid “image” and “sound
> stage” but it is “dry” and has a “lifeless”
> presentation as the song seems to lost sparkle compare to other ampl
> ifier I have used.
>
> Is that its usual character? Or it happens from anything you may suggest.
>
> I heard that your S2000 series amplifier are so good and I’m wondering that
my unit may not perform as it supposes to be.
>
>
> Need you suggestion.

> Best regards
>

> Patrakit K
>
> Bangkok, Thailand
>
>
ซึ่งทาง Ashley ซึ่งเป็น CEO ได้ตอบกลับมาว่า

Patrakit
That amp has much less distortion than most, so it sounds more correct. I doubt there is anything wrong with it, but we get the same question from people who've switched from highly distorted products like Naim.
AVI is amongst the best sounding made and they are only a few other comparable companies.
Regards
Ashley

ตกลงว่าที่เป็นปัญหาน่ะ "หู" ของเฮาเองล่ะซิเนี่ย ฮ่วย!

วันอังคารที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2553

ความตั้งใจของข้าพเจ้า

อยากจะชวนคนที่ชอบเครื่องเสียงเหมือนๆกัน ไปลองฟังเครื่องต่างๆ ที่ต่างๆ เปลี่ยนบรรยากาศไปเรื่อยๆ น่าสนุกดีจัง
เพราะการไปลองฟังที่บ้านพี่หนุ่ย subaru แท้ๆ ทำให้ผมอยากจะกลับมาฟังเพลงอีกครั้ง

บ้านพี่หนุ่ยมีเครื่องเสียงเป็นตั้งๆเก่าๆใหม่ๆมั่วๆ มีลำโพงนับ10 คู่ ยี่ห้อมั่วๆ แต่ดูไปดูมา โอ๊ะมีของดีนี่นา เอามาลองต่อดู เฮ้ย เจ๋งว่ะ แถมพอได้ลองลำโพง Horn โรงหนัง ของ Celestion แทบตกเก้าอี้ เสียงใหญ่มากๆ เสียง Sax สมจริงสุดๆ ทำให้วิธีคิดของผมเปลี่ยนทันที

เราไม่จำเป็นต้องตามหาเสียงในอุดมคติก็ได้ แต่การได้รับรู้เสียงแบบต่างๆกัน ก็เพลิดเพลินดีไม่หยอก


เหมือนกับว่าไม่ต้องมีเมียเป็นนางงามจักรวาลก็ได้ แต่ขอมีกิ้ิกหลายๆคน 5555
(ล้อเล่นนะครับ)


ถึงวันนี้


ช่วงของชีวิตทำงานแรกๆเราก็ไม่ได้ใส่ใจกับมันเท่าไรเพราะไม่มีเวลา แถมพ่อแม่แก่ตัวขึ้นก็เริ่มไม่ค่อยชอบที่จะให้ใครเปิดเพลงในบ้านซะด้วย
ต้องรอมีบ้าน! ผมคิด

และพอมีคอนโด (บ้านรอไปก่อน)เป็นของตัวเองก็ได้มีโอกาสกลับมาดูมาฟังอีกครั้ง ซึ่งพอเราทำงานทำการอยากได้อะไรมันก็ไม่ยากเหมือนตอนเด็กๆที่ต้องไปอ้อนคนนู้นคนนี้แล้ว อยากได้อะไรก็จัดไปเลย โชคดีที่เมียเข้าใจ อิอิ

System ตอนนี้ประกอบด้วยเพื่อนยาก
TAS Angela+ VTL 55w ที่ผมว่าลงตัวมากๆ ไม่คิดว่าจะต้องเปลี่ยนแต่ประการใด


CD ตอนนี้เป็น Audio Space ภาคขยายเป็นหลอด ซื้อมาจากฮ่องกง ยี่ห้อนี้เป็นแบรนด์ที่ปรากฏในฉากภาพยนตร์อมตะของฮ่องกง "2คน 2คม ภาค 2" ที่แสดงโดยเหลียงเฉาเหว่ย กับ หลิวเต๋อหัว ฉากแรกเลย ที่ 2 คนนั่งคุยกันตอนซื้อเครื่องเสียง ยี่ห้อที่เฮียหลิว ซื้อไปก็ Audio Space นี่แหละ ผมไปเจอร้านนี้โดยบังเอิญ และได้ CD หลอดเครื่องนี้ติดมือ เสียงนี่ไม่ผิดหวังจริงๆ นุ่ม ใส ไม่บาดหู

ลำโพง เป็น Reference 3A Veena ที่หวานซึ้งตรึงใจไม่รู้ลืม ได้ฟังยี่ห้อนี้เป็นครั้งแรกที่ร้า่น Nik's Studio พอได้อ่่านเรื่องราว แนวคิดยิ่งประทับใจ เป็นลำโพงที่มีแนวคิดฉีกแนวมาก แถมเสียงก็เฉียบขาดจริงๆ ใสสะสาด ตอบสนองฉับไว ได้คู่นี้มาราคาดีมากจาก Internet ประหยัดไปหลายหมื่นอยู่

มี SUB Velodyne CTR 8 เอาไว้เผื่อฉุกเฉิน 555

แต่มีแอมพ์ Transister เอาไว้เล่นขำๆอีกเครื่องคือ Arcam Alpha 9 ที่คันก็เลยประมูลมาจาก eBay มาเล่นๆ เสียงไม่เลวเหมือนกันเก็บไว้เพื่อหาลำโพงอะไรมาต่อเล่น ตอนนี้วันไหนอยากกินไฟน้อยก็ต่อ Veena กับ Arcam ก็ฟังได้สบายๆ

ส่วน ProAc กับ Sony CDP900E นั้นลูกศิษย์ที่สนิทกันรับมรดกไปดูแลต่อสบายไป


จบแค่เพียงเท่านี้กับการเดินทาง 20 ปีในโลกเครื่องเสียงของผมครับ :-)



อ้อ ลืมบอกไปว่า วาระสุดท้ายของ Kelly ก็คือ ไอ้แม่เหล็กนั้นมันก็หลุดเอาหลุดเอา จากแผลที่ยัยแฟนเก่าทำไว้ ไม่เคยจะลืมเล้ย แถมน้องหมาก็แอบมาฉี่สะสมไว้แบบไม่บอกกล่าวนานปีทำให้ตู้ฐานบวมเอาๆ ก็เลยจบชีวิตไม่โสภานัก

ขืนยังเก็บไว้ก็มีแต่จะคิดถึงแฟนเก่าแสนทุเรศของผมคนนั้น แถมยังจะต้องเกลียดน้องหมาแบบที่จับจู๋ใครดมไม่ได้ เพราะมันมีหลายตัวเหลือเกิน

คติของผมคือ ถ้าของไม่ดี ไม่ขายให้ใครเด็ดขาด ยกให้ฟรีๆดีซะกว่า ผลก็คือรปภ.ของตึก condo ได้ไปเป็นเจ้าของในที่สุด ถ้าเค้าเอาไปต่อแบบโมโนฟังหมอลำก็คงจะม่วนแท้

ตำนานบทใหม่ในต่างแดน 2




อีกเครื่องที่ผมถอยมาก็คือ DAC ของ Musical Fidelity X-DAC อันโด่งดัง เป็น external DAC ที่รุปร่างทรงกระบอกสวยงาม แต่ฟังแล้วก็งั้นๆไม่เห็นต่างอะไร (สงสัยลำโพงห่วยเลยฟังไม่ออก)
แต่วันดีคืนดี มันเสียงพร่าซะงั้น เพื่อนร่วมบ้า่นก็บอกว่าจริงว่ะเสียงพร่า

ก็เลยเอาไปที่ โรงงานของ Musical Fidelity เพื่อซ่อม ย้ำ โรงงา่นนะครับไม่ใช่ร้าน ตอนแรกก็ต้องรับขับสู้อย่างดี ให้ไปนั่งรอที่ห้องอ้างอิงที่เล่นด้วย แอมพ์ Monoblock ตัวมหึมาขับลำโพง KEF Ref107 โอ้วพระเจ้าเสียงถึงอกถึงใจอย่างที่สุด แต่ผ่านไปซักพัก เจ้าหน้าที่เดินกลับมาบอก ไม่เห็นเป็นไรนี่? ลองดูซิ เอไม่เป็นไรแฮะ ไม่เป็นไร ก็ไม่เป็นไร เค้าคงไม่เจอ

พอกลับไปบ้านฟังไปฟังมา ออกอาการอีกแล้ว คราวนี้เอากลับไปอีก มันบอกมาอีกแล้ว หูฝาดรึเปล่า เฮ้ย 4 หูเลยนะเว้ย

ทะเลาะกันนาน หลายสัปดาห์ เราจะไม่เอาเครื่องแล้ว ขอเงินคืน ค่าเสียเวลา มันก็บอกว่า มันก็ไม่อยากได้เราเป็นลูกค้า จริงๆนะครับ บริษัทห่านั้นมันบอกว่า มันไม่สนใจเรามีคนชอบมันอีกหลายคน มันรักเฉพาะลูกค้าที่รักมัน เหมือนนักการเมืองบางคนจริงๆพับพ่า

ความสัมพันธ์ระหว่าง Musical Fidelity ขาดสะบั้นลง ไปตายที่ไหนก็ไปเหอะบริษัทนี้
ว่าแล้วก็เรียนจบผมอัปเปหิเครื่อง X-A1 ออกไปในราคาถูกแสนถูก เพราะเกลียดมัน!!!!! (นึกๆดูเก็บไว้ก็ไม่เป็นไรนี่หว่า)

กลับมาเมืองไทย เครื่องเสียงเรา Oxide ขึ้น Cambridge เจ๊งเพราะไม่มีใครเล่นเลย ดับถาวร amp จมกองฝุ่น ไม่เป็นไรเราเอาของหลายๆอย่างกลับมาจาก UK
ตอนนั้น (1999) system เป็นดังนี้

Sony CDP900E+ Tas Angela+VTL 55w+Kelly สลับกับ ProAc

มีชุด Surround มาดูหนังเพิ่มด้วยเพราะเงินที่ขายของหลายๆอย่างก่อนกลับบ้าน รวมถึงแอมพ์ X-A1 ด้วย ก็คือ
ลำโพง Mission 771 และ Center +Surround Processor Yamaha 492
เอามาเล่นกับ Tas Monoblock และ Sub Cerwin ได้ลงตัวเหมือนกัน ยังใช้อยู่ถึงวันนี้ที่บ้านพ่อ

ตำนานบทใหม่ในต่างแดน


พอตอนไปเรียนต่ออังกฤษ ก็กะว่าจะไม่ซื้ออะไรแล้วนะ ประหยัดๆหน่อย
ตบะแตก....T__T

อ่าน อ่าน อ่าน เค้าว่าอะไรดี อะไรคุ้ม อ่าน อ่าน อ่าน
Rotel Amp+ TDL ลำโพง Transmission Line ที่มีจุดเด่นที่มีการ tune ท่อเบสให้วกวนยาวกว่าปกติแล้วเสียงต่ำจะลึกขึ้น+ Turntable Technic เรามันนักศึกษาด้าน design มันต้อง ART ฟังแผ่นเสียงดิ 555

ฉิบเป๊ง ใช้ยากว่ะ ไม่ทันใจวัยรุ่น หา CD มาใช้ดีกว่า ได้ เครื่อง CD แสนซื่อสัตย์ Sony CD900E แบบหัว Laser Fix กับที่ มาจาก Richer Sound ที่นักเล่น UK รู้จักกันดีว่า ขายถูกและดี

พบว่า Transmission Line ฟังดูตอนแรกไม่เจี้ยวจ้าว เบสดี แต่ไปๆมาๆง่วงไปซะ
คงสงสัยว่า ทำไมไม่เล่น B&W ไปล่ะ ตอบตามตรงว่า ถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่เข้าใจเสียง B&W อยู่เลยครับ ทั้งๆที่รุ่น Matrix ตอนนั้นหน้าตาผิวพรรณโดนใจมากก็ตาม แต่เวลาฟังแล้วไม่โดนใจเลยครับ
ก็เลยเป็นที่มาของลำโพงตัวที่สองในลอนดอน
ลำโพงตัวที่สองนั้นราคา 350ปอนด์ เป็นลำโพง Dynaudio รุ่นใช้ในสตูดิโอ มือสองครับ หน้าตาเข้าขั้นอัปลักษณ์ แต่ตอนได้ฟังนี่อ้าปากค้าง เสียงกิ้งกรั้งมาก ใส ชัด จริงๆ

Rotel ชักขับไม่ไปแฮะ T__T

ซวยแล้วกรู ยังดีมีค่าขนมพิเศษจากการทำงานมาช่วยทำให้ถอย Musical Fidelity X-A1 มาเล่นกับ Dynaudio ได้
เสียงสุดสวรรค์มาก ฟัง Depache Mode แล้วมันสะใจวัยสะรุ่นมาก

แต่มันก็อยู่กับเราได้ไม่นา่น.....

Musical Fidelity โรงงานมันอยู่ตรง Wembley ใช่ครับสนามฟุตบอลนั่นแหละ เค้าส่งเอกสารมาบอกว่า เค้ามีลำโพงมีตำหนิอยู่เล้กน้อยอยากจะขายราคาพิเศษให้กับผู้มีอุปการะคุณ เป็นลำโพงที่ได้รางวัล What-HiFi 5 ดาว ของเขาชื่อว่า Kelly Transducer KT-2 ในราคาลดแรง จาก 800 เหลือแค่ 300 ปอนด์ เอาซิ อยากได้ลำโพงตั้งพื้น เพราะทำไมเราจะต้องเอาลำโพงวางหิ้งกลับบ้าน ที่บ้านก็มี ProAc อยู่แล้วนี่ ว่าแล้ว Dynaudio ที่รักก็ต้องปล่อยไปพร้อมกับรับเอาเจ้า Kelly เข้าบ้าน

งานเข้า

แน่นอน ลำโพงตั้งพื้นมัน Full Scale แต่รายละเอียดระดับเทพของ Dynaudio มันหายไปกับสายลมแล้ว แถมตู้ก็น่าเกลียด T__T

เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอีกครั้งในการเล่นของผม

แต่คุณภาพเสียงของ Kelly ที่ความไว 92 dB มันก็ดีวันดีคืน จนเรารู้สึกว่ามันไม่ได้ชั่วอย่างที่คิด แต่ด้วยความที่เป็น Tower ที่ไม่ได้หนักมาก ก็เลยมีวันโชคร้ายโดนคนชุ่ยเดินชน คนๆนั้นก็คือ แฟนเก่า นั่นเอง คุณเธอชมมันล้มแอ้งแม้ง แค่นั้นก็แย่แล้ว เปิดมาไม่มีเสียงออกมีแต่เสียงแหลม ซวยแล้วววววว เปิดมาแม่เหล็กหลุดออกมาเลย (เลยรู้ว่าดอกของ Vifa) เสียเวลาประกอบหน่อยก็แก้หายได้ แต่มันไม่มีวันเหมือนเดิม
ส่วนยัยแฟนนั่นก็งอน งอนเพื่อแก้เกี้ยว เพื่อให้รู้สึกว่าตัวเองไม่ผิด โถอีวอกเอ้ยยยยย